เทศน์เช้า

นิพพานไม่เป็นอจินไตย

๒๗ ธ.ค. ๒๕๔๑

 

นิพพานไม่เป็นอจินไตย
พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

เทศน์เช้า วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๔๑
ณ วัดสันติธรรมาราม ต.คลองตาคต อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

ว่านิพพานเป็นอจินไตยไง เขาว่านิพพานเป็นอจินไตย ไม่ควรจะมาเป็นประเด็น ไม่ควรจะมาพูดกัน ต้องให้พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตัดสินว่านิพพานเป็นอจินไตย ไม่ใช่อจินไตย นิพพานไม่เป็นอจินไตย อจินไตยมีอยู่ ๔ มีเรื่องพุทธวิสัย คือปัญญาพระพุทธเจ้าเป็นอจินไตยที่พวกเราคาดไม่ได้ อจินไตยหมายถึงว่าสิ่งที่เราคาดหมายไม่ได้ มันสุดวิสัย สุดที่จะเป็นไป นี่พุทธวิสัย

เรื่องโลก เห็นไหม โลกเป็นล้านๆ ปี อย่างฟอสซิลที่เขาค้นกัน เขาเจอกัน ไปพิสูจน์กันเป็นล้านๆๆ ปี เป็นล้านของล้านๆ ปี มันทับถมกันมาตลอด มันแปรสภาพอยู่ตลอดเวลา ถึงว่าไม่มีสิ้นสุด ไม่มีที่ว่ามันจะเป็นไปตลอด เรื่องโลก เรื่องฌาน เรื่องสมาบัติ เรื่องสมาบัตินี่เป็นสมาบัติ ๘ แต่เรื่องฌาน สมาธิแค่ไหนแค่ไหนไง

ความละเอียดอ่อนที่ว่าเราคุยเราพูดกับพวกนี้ เห็นไหม บอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่ว่ากำหนดสมาธิ ๕ ขีด คือว่า ๑ กิโลนี่มรรค ๘ จะแบ่งเป็นสูตรตายตัว เป็นสเต็ปตายตัวว่าขนาดนี้ มันเป็นไปไม่ได้ บางคนนี่ปัญญาอบรมสมาธิ ก็สมาธิมาทีหลังปัญญา วิปัสสนาพร้อมกับปัญญาไปเลย แต่ถ้าเป็นเจโตต้องสมาธิก่อน สมาธิสงบก่อน ถึงว่าสมาธิส่วนใหญ่ เห็นไหม อย่างนี้ก็ยังไม่เท่ากัน ในมัคคะอริยสัจจังยังต้องแล้วแต่จริตนิสัยเลย นี้มัคคะอริยสัจจัง

ฌานก็เหมือนกัน ฌานคือความละเอียดอ่อนของจิต ฌานนี่นิดเดียวๆ มันไปขั้นตอนหนึ่งๆ ถึงว่ากำหนดตายตัวไม่ได้ สุดวิสัย เห็นไหม นี่อจินไตย เรื่องฌาน

เรื่องกรรม เรื่องกรรมก็เป็นเรื่องอจินไตย กรรมนี่ การสร้างการกระทำของกรรม กรรม การสร้างมงคล ดูซิคนนี้ทำชั่ว อย่างเช่นที่โดนธรณีสูบไป สุปปะพุทธะ เทวทัต แล้วนางอะไรที่ว่าโดนธรณีสูบ นี่กรรมมากขนาดนั้น เป็นขนาดนั้น แต่แล้วผู้ที่ทำไว้ล่ะ?

อย่างพระอานนท์ เห็นไหม ปรับพระอานนท์ผิดไง ผิดว่าเหยียบผ้าพระพุทธเจ้าให้ปรับอาบัติทุกกฎ พระอานนท์บอกว่า “ไม่ได้ทำ เพราะไม่มีเจตนาทำอะไรเลย” แต่ในเมื่ออุปัฏฐากพระพุทธเจ้าอยู่มันไม่มีเจตนาไง กุฏิมันแคบ มันคับแคบ เหยียบผ้าพระปรับอาบัติทุกกฎ เห็นไหม ไม่มี พระอานนท์บอกว่า “ผมไม่เป็นอาบัตินะ” แต่ในเมื่อพอพระพุทธเจ้านิพพานแล้ว พระปรับอาบัติทุกกฎ พระอานนท์ ๒ ข้อ

๑. เหยียบผ้า ถ้าไปเห็นไง เวลาเขาไปกราบพระพุทธเจ้า เห็นพระอานนท์อุปัฏฐากอยู่ แล้วเหยียบผ้าพระพุทธเจ้า เหยียบ เห็นไหม

๒. พระพุทธเจ้านิพพานทำไมไม่นิมนต์ไว้

โดนปรับอาบัติ ๒ ข้อ พระอานนท์บอกว่าสิ่งนี้ท่านไม่มีความผิดเลย ไม่มีเจตนาใดๆ ทั้งสิ้น แต่! แต่ในเมื่อหมู่คณะปรับอาบัติท่าน ท่านยอมปลงอาบัตินะ นี่พระอานนท์ ท่านยอมปลงอาบัติ แต่ท่านว่าไม่เป็นอาบัติ แต่หมู่คณะว่าเป็นท่านจะยอมปลง ก็ต้องพูดกันชัดเจนไง เห็นไหม เรื่องกรรม มันสลับซับซ้อน ถึงว่าเป็นอจินไตย มันเกิดขึ้นจริง กรรมให้ผลจริง แต่ไม่ใช่ให้เป็นแบบสูตรสำเร็จไง ให้แล้วแต่ว่ามันจะเป็นไป ถึงจังหวะ ถึงกาล ถึงโอกาสของมัน ถึงเป็นอจินไตย

อจินไตยมี ๔ แต่นิพพานไม่ใช่อจินไตย ถ้านิพพานเป็นอจินไตย พระพุทธเจ้ารู้ได้พระองค์เดียว พระสารีบุตรรู้ไม่ได้ พระสารีบุตร เห็นไหม ตอนที่ว่าเขาไปฟ้องว่าพระสารีบุตรไม่เชื่อพระพุทธเจ้า เพราะพระสารีบุตรไปรู้เอง จึงนิมนต์พระสารีบุตรมาใช่ไหม? เรียกพระสารีบุตรมาแล้วถามว่า

“สารีบุตรเธอไม่เชื่อเราจริงหรือ?”

“จริง”

แต่ก่อนนี้เชื่อมากเลย แต่พอมาตอนหลังเข้าไปรู้เห็นตามความเป็นจริง ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า แต่เชื่อความรู้เห็นที่ตามความเป็นจริงนั้น เชื่อนิพพานของท่านเอง เชื่อความสำเร็จของพระสารีบุตรเอง ไม่ได้เชื่อเพราะคำพระพุทธเจ้าสอน แต่เชื่อเพราะเข้าไปเห็นจริง

แต่เดิมเชื่อ แต่เดิมตาม แต่เดิมเกาะมาก แต่เดิมกลัวแต่ว่ามันจะหลุดพ้นผิดไปจากพระพุทธเจ้าสอน เห็นไหม เกาะมา เกาะคำพูดมาตลอด เกาะคำสอนมาตลอด พยายามจะให้ถึง พอถึงจุดนั้นแล้วถึงไม่เชื่อคำพูดคำนั้น แต่เชื่อความเห็นของตน เป็นอจินไตยไหม? มันไม่เป็นอจินไตย ถึงได้มีผู้รู้ตามได้ จริงไหม? มันไม่เป็นอจินไตยถึงมีผู้รู้เห็นได้ พระอรหันต์ทั้งหมดที่รู้มาๆ ไม่ใช่อจินไตย นิพพานไม่ใช่อจินไตยนะ (เทปขัดข้อง)

...ไม่ได้เลย มีพระพุทธเจ้าองค์เดียว แต่นี่พระอรหันต์มากมายเลย พระอรหันต์แต่นิพพาน ๑ พระอรหันต์มีสมบัติของนิพพานไง คุณธรรมในหัวใจ เอโก ธัมโม ธรรมอันเอกในหัวใจนั้นไง นั่นแหละเป็นพระอรหันต์รู้ด้วยกัน สื่อด้วยกัน ตรวจสอบกันได้หมดไง ถึงไม่เป็นอจินไตยไง แต่เวลาเขาอ้าง เขาอ้างว่านิพพานเป็นอจินไตย

เราไม่ควรเถียงกัน แม้แต่.....เขายังพูดได้ถูก เขาพูดได้ตามปริยัติที่วางใจไว้เป็นกลาง นิพพานก็คือนิพพาน เพราะคำว่านิพพานกับคำว่าอนัตตามันคนละคำ คำว่าอัตตาก็คนละคำ สัพเพ ธัมมา ก็คนละคำ คำแต่ละคำมันแยกจำแนกออกต่างๆ กัน ความหมายก็ต่างกัน นิพพานถึงเป็นนิพพาน นิพพานเป็นหนึ่ง เป็นอันเดียวของนิพพานนั้น นี่.....เขายังแยกออกได้เลย แม้แต่เขาเข้าไม่ถึงนะ

แต่ผู้ที่ปฏิบัติ เช่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นนะท่านไม่เคยพูดว่าท่านเป็นอะไร อาจารย์มหาบัวบอกประจำว่าหลวงปู่มั่นไม่เคยประกาศตน ไม่เคยบอกเลยว่าหลวงปู่มั่นเป็นอะไร แต่ลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นเชื่อมั่นว่าหลวงปู่มั่นท่านเป็นพระอรหันต์ ท่านสำเร็จแล้ว ท่านรู้ตามความเป็นจริงแล้วสอนคนได้ ช่วงสุดท้ายไง ช่วงก่อนที่หลวงปู่มั่นท่านจะนิพพาน ว่าอย่างนั้นเลย หลวงปู่มั่นท่านนิพพาน นี่ครูบาอาจารย์บอกไว้ว่าหลวงปู่มั่นสั่งไว้ไง

“หมู่คณะให้จำหลวงปู่ขาวไว้ เพราะหลวงปู่ขาวนี้ได้เคยมาพูดกับท่านแล้ว หลวงปู่ขาวได้เคยมาตรวจสอบกัน หมู่คณะให้จำหลวงปู่ขาวไว้นะ แล้วให้ไปพึ่งหลวงปู่ขาว”

ในพระรุ่นใหญ่ไง ในพระที่มีพรรษามากให้ไปพึ่งหลวงปู่ขาว คำว่าให้ไปพึ่งหลวงปู่ขาว หลวงปู่มั่นบอกไว้นี่ เราได้ฟังมาจากปากของอาจารย์มหาบัว ได้ฟังมาจากปากจากของอาจารย์เจี๊ยะ แล้วในพระรุ่นเล็ก ในรุ่นเล็กกว่านั้น เพราะหลวงปู่ขาวเป็นพระผู้ใหญ่ใช่ไหม? ผู้ที่ยังไม่สิ้นแต่พรรษามากจะพึ่งพระรุ่นเล็กมันก็มีทิฐิอยู่ พระรุ่นใหญ่ให้พึ่งหลวงปู่ขาวนะ เวลาประกาศเรื่องหลวงปู่ขาว จะประกาศกลางศาลา เวลาเทศน์จบจะบอกเลยว่า

“หมู่คณะให้จำหลวงปู่ขาวไว้ หลวงปู่ขาวได้พูดกับเราแล้ว”

เห็นไหม เป็นอจินไตยไหม? หลวงปู่มั่นเป็นผู้รู้จริง หลวงปู่ขาวเป็นผู้รู้ตาม อจินไตยได้อย่างไร? ทำไมหลวงปู่มั่นรู้ ทำไมหลวงปู่ขาวรู้ ทำไมไม่เป็นอจินไตยสำหรับท่านล่ะ? แล้วท่านก็ประกาศต่อมานะ หลวงปู่มั่นประกาศต่อมา ประกาศบอกหมู่คณะไง แล้วลูกศิษย์รุ่นเล็กๆ สั่งไว้เลยนะ นี่เราได้ยินมาจากปากอาจารย์เจี๊ยะอีกแหละ

“ให้พึ่งมหานะ จำไว้นะหมู่คณะให้พึ่งมหา”

ให้พึ่งอาจารย์มหาบัว เพราะอาจารย์มหาบัวตอนนั้นพรรษาเพิ่ง ๑๖ พรรษา ๑๖ เห็นไหม ยังเป็นพระพรรษาน้อยอยู่ ตอนนั้นอาจารย์มหาบัวท่านยังไม่ แต่ว่าหมู่คณะให้พึ่งอาจารย์มหาบัวนะ เพราะหลวงปู่มั่นท่านก็ดูของท่านไว้แล้วว่าต้องตามมา

นี่มันเป็นอจินไตยหรอก มันไม่เป็นอจินไตย แล้วว่าผู้ที่รู้จริงเห็นจริง ตรวจสอบกันได้ด้วยความเป็นจริงไง แต่ผู้ที่ว่าเป็นอจินไตย เห็นไหม เป็นอจินไตยเพราะว่าตัวเองไม่รู้จริง มันสับสนไง มันจับประเด็นไม่ได้ไง เวลามันพูดมันก็พูดไปฟั่นเฟือนไป แล้วก็เข้าใจว่าไง เข้าใจว่าคนอื่นจะเป็นแบบนี้ไง ถึงได้บอกว่าเป็นอจินไตย แต่มันไม่เป็นอจินไตย เพราะผู้รู้จริงเห็นจริงมีอยู่ไง

ผู้ที่รู้จริงเห็นจริง เช่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ขาว ท่านอาจารย์มหาบัว อาจารย์เจี๊ยะ นี่รู้จริงตามความเป็นจริง แล้วคุยกันมาตลอด มันเป็นอจินไตยตรงไหน? มันไม่เป็นอจินไตยหรอก อจินไตยมี ๔ อย่างนี้ ถ้าเป็นอจินไตยมันเป็นได้ ๕ สิ นี่กล่าวตู่พุทธพจน์ กล่าวตู่ผิดหมด พูดผิดไปจากหลักพุทธศาสนา สอน สอนผิด พูด พูดผิด ผิดหมดเลย

เรื่องอย่างนี้มันไม่น่าจะพูดผิด เพราะว่ามันเป็นหลักฐานอยู่ในพระไตรปิฎก แต่ถ้าพูดอย่างนี้มันมีเจตนา เจตนาจะเบี่ยงประเด็นออกไปไง ไม่ให้มันพูดถึงว่าคำพูดอันนี้วกกลับมาที่ว่าหลักฐานที่เขาทำความทุจริตกันไว้ไง ถึงว่ามันเป็นอจินไตย

มันเบี่ยงประเด็นออกไปไม่ให้เข้ามาตรวจสอบกัน ให้มองข้ามไปซะ ให้มองข้ามสิ่งที่เราทำความผิดไปซะ แต่คำว่ามองข้ามไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตน เป็นผลประโยชน์ส่วนตนเพราะตนจะเอาตนพ้นจากภัย แต่ความผิดพลาดคือว่ามันทำลายแก่นของศาสนา ทำลายว่านิพพานนี้เป็นอจินไตย

คำว่าอจินไตยคือสิ่งที่เข้าไม่ถึง สิ่งที่เป็นไปแทบไม่ได้ว่าอย่างนั้นเลยนะ สิ่งที่มีอยู่ นี่อจินไตย ๔ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้นั่นน่ะ ว่าอย่าไปคิด หัวแตกเปล่าไง เสียเวลาเปล่า แล้วจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไร อย่าให้ทำ อย่าไปคิดเลย พุทธวิสัย แม้แต่เรา พระพุทธเจ้ายังกำหนดดูแล้ว บุพเพนิวาสานุสติญาณ กำหนดย้อนกลับไปไม่มีที่สิ้นสุด

แม้แต่ท่านสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้านะ รู้ด้วยตนเอง บารมีขนาดนั้น ย้อนไปๆ บุพเพนิวาสานุสติญาณไม่มีที่สิ้นสุด จุตูปปาตญาณ สัตว์เกิดดับๆ ไม่มีที่สิ้นสุด นี่อจินไตยอย่างนี้ไง อจินไตยที่ว่ามันไม่มีขอบเขต มันไปได้เรื่อยๆ ไม่มีขอบเขตว่าสิ้นสุดกันตรงไหนไง ภพชาติถึงไม่มีการที่สิ้นสุดไง พระพุทธเจ้าถึงไม่ให้ย้อนออกไป ให้ดึงกลับมา ให้ดึงกลับมาชำระกิเลส อาสวักขยญาณที่หัวใจนั้น เห็นไหม มันถึงไม่เป็นอจินไตย

แต่ถ้าบอกอจินไตยมันทำให้ตรงนี้ฟั่นเฟือนไปหมดเลย คือว่าเหมือนกับปฏิเสธว่ากึ่งพุทธกาลแล้วพระอรหันต์ไม่มีไง เหมือนกันเลย คำว่าอจินไตยก็นิพพานไม่มีไง นิพพานเป็นอจินไตย เป็นสิ่งที่เข้าไม่ได้ ต้องให้พระพุทธเจ้าเท่านั้นเป็นคนมาชี้บอก

นี่ในการที่จะเอาตัวพ้นจากภัย แต่ไปทำลายหลักของศาสนา ทำลายหัวใจของศาสนาโดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัว เพียงแต่เพื่อจะเอาตัวพ้นจากภัยเท่านั้นนะ เบี่ยงเบนไปจนทำให้ศาสนานี้เสียหลักการไปด้วย ถึงว่ามันเป็นอจินไตยตรงไหน? นิพพานเป็นอจินไตยตรงไหน? ตามตำราก็ไม่เป็นอจินไตย

ตามหลักความจริง หลวงปู่มั่น หลวงปู่ขาว หลวงปู่แหวน หลวงปู่พรหม ก็เป็นเครื่องยืนยันมาตลอดว่าไม่เป็นอจินไตย รู้ได้จริง เห็นตามความเป็นจริง เป็นนิพพานจริงๆ เกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม รู้ธรรมตามความเป็นจริงของธรรมนั้น มันถึงไม่เป็นอจินไตยไง แต่ไปพูดว่าเป็นอจินไตย หนังสือพิมพ์ลงมาก ลงตรงนี้ลงมาก เขียนเลยว่าเป็นอจินไตย เบี่ยงเบนประเด็นไปหมด เบี่ยงเบนประเด็นไปหมด

เพราะโดยปกติเขาก็ยังว่ากันอยู่แล้วว่ามันหมดกาลหมดเวลาแล้ว ไม่ควรทำ ไม่ควรประพฤติปฏิบัติ แล้วนี่พูดกันจนยอมรับ เห็นไหม แล้วมันจะไปไหนกันล่ะ? มันก็เป็นทางให้ต่ำลงๆ ของชาวพุทธเท่านั้นน่ะสิ ถึงว่ามันไม่เป็นอจินไตย นิพพานเป็นความจริง อจินไตยมี ๔ เท่านั้น อจินไตย ๔ นิพพานไม่อยู่ใน ๔ นั้น นิพพานเป็นความจริง แต่เข้าถึงได้ด้วยการที่ผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติจริงสมควรแก่ธรรม ไม่ใช่การคาด การเดา การหมาย อย่างนั้นรู้ชื่อนิพพาน

รู้ชื่อ รู้ทฤษฎี รู้การแยกแยะนิพพาน รู้การวิเคราะห์วิจัยตามความจินตนาการเป็นจินตมยปัญญา ภาวนามยปัญญาเข้าตามหลักความเป็นจริง ผู้เข้าถึงจริง เห็นจริง ตามหลักความเป็นจริง เห็นไหม ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

“อานนท์ เราเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือ? ในโลกนี้ถ้ายังมีผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมอยู่ พระอรหันต์ไม่สิ้นจากโลกนี้เลย”

พระพุทธเจ้าประกาศไว้ชัดๆ เลย “ผู้ใดปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม” ไม่ใช่ผู้ใดปฏิบัติด้วยเจตนาอยากจะได้ชื่อเสียง อยากจะได้เกียรติศัพท์ อยากจะได้แก้ว แหวน เงิน ทอง แต่เอานิพพานมาขายกินอย่างนั้นมันไม่ใช่นิพพาน มันนิพพานในแบงก์น่ะสิ